มันคือโอกาสและประสบการณ์ครั้งแรกของผมที่จะเติมเต็มความสุขและความต้องการตั้งแต่วัยเด็ก

ผมเป็นคนชอบเที่ยวและหลงรักทะเล ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสได้ออกทริปนั้นคือความสุขของผม แต่ความสุขของผมมันไม่เคยได้เต็มร้อยเลย เพราะผมมักมีคำถามและความคาดหวังของผมทุกครั้งในการท่องเที่ยวออกทริปทะเลตามเกาะแก่งน้อยใหญ่ต่างๆ ผมมักมีความคาดหวังไว้เสมอในฐานะนักท่องเที่ยวคนหนึ่งว่าผมอยากเห็นน้ำทะเลใสๆไร้ขยะมลพิษ เห็นฝูงปลาเยอะๆ เห็นโลมากระโดดขึ้นมาเล่นกับฟองคลื่นอยู่ข้างเรือ อยากเห็นวาฬยักษ์ใหญ่ดูใจดีอย่างในสารคดีแบบตัวเป็น ๆ ไม่ใช่ดูได้แต่แค่โครงกระดูกในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหรือสัตว์น้ำที่ถูกจับมาแสดงอยู่ในสวนสัตว์ ความรู้สึกและความต้องการความอยากของผมเหล่านี้สงสัยว่ามันคงต้องไปหาดูที่เมืองนอกแล้วละเพราะทะเลไทยคงไม่มีหรอก ทุกสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเหล่านี้มันฝังอยู่ในหัวตั้งแต่ในวัยเด็ก

4

ผมได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานในการเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลืองานในมูลนิธิ Love Wildlife ซึ่งในส่วนของมูลนิธิมีการจัดกิจกรรมต่างๆมากมายเกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์วาฬบรูด้าที่อาศัยอยู่ในอ่าวไทยตอนบน และนี้คือสิ่งที่จะเติมเต็มความสุขและความฝันของผมในการเข้ามาช่วยเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งในการช่วยกันอนุรักษ์วาฬและท้องทะเล ในเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน ช่วงเวลาที่ฝนตกอากาศกำลังน่านอนและน่าพักผ่อนเป็นอย่างมาก ผมกลับรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่อยู่ในใจทันทีที่ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เหตุผลอะไรนะเหรอที่ต้องรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้ มันง่ายมากเลยครับกับคำตอบที่อยู่ในใจว่า “มันคือโอกาสและประสบการณ์ครั้งแรกของผมที่จะเติมเต็มความสุขและความต้องการตั้งแต่วัยเด็ก“ และหลายคนอาจมีคำถามต่อมาถามผมว่า โอกาสและประสบการณ์ครั้งแรกของผมคือะไรนะหรือที่ทำให้ผมตื่นเต้นและรู้สึกขนาดนี้ คำตอบก็คือวันนี้ผมจะได้มีโอกาสออกไปทำหน้าที่หลายสิ่งหลายอย่างที่ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิ Love Wildlife ทั้งการสรุปและการให้ข้อมูลต่างๆและองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อผู้ร่วมทริปของกิจกรรมชมวาฬ รวมไปถึงการเตรียมงานประสานงานต่างๆในกิจกรรมการชมวาฬตลอดทั้งวัน ตื่นเต้นนะครับที่ต้องพูดสรุปรายละเอียดต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ข้อมูลการเดินทาง การใช้ Facility ต่าง ๆ บนเรือให้กับผู้คนที่เราไม่รู้จักมาก่อนและข้อปฎิบัติในการดูวาฬอย่างถูกวิธี มันไม่ง่ายเลยสำหรับมือใหม่อย่างผม

แต่เมื่อทุกอย่างถูก Start ความกังวลและความวิตกเหล่านั้นมันถูกแปรเปลี่ยนไปด้วยความรักและความตั้งใจในสิ่งที่ผมอยากทำ ถึงแม้ว่าอาจจะยังทำหน้าที่ไม่ดีนักแต่นี้คือประสบการณ์ ที่เรียกว่า “ครั้งแรก” ของผม อะไรก็ตามที่ผมตั้งใจและเป็นครั้งแรกมันมีคุณค่ากับผมเสมอไม่ว่ากิจกรรมทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นและกิจกรรมที่จะต้องทำตลอดทั้งวัน เมื่อเรือที่เรานั่งออกมาไกลบริเวณปากแม่น้ำ ผมเริ่มกิจกรรมที่เรียกว่าครั้งแรกอีกแล้วด้วยการดูนกจากการแนะนำของทัวร์ มันเป็นสิ่งที่สุดวิเศษมาก ผมได้ความรู้จากการดูนกมากมายจากพี่ๆน้องในเรือเพราะผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับนกเลย ผมเห็นน้องอ้อมเป็นคนส่อง ทัวร์เป็นคนแนะนำเกี่ยวกับนกและการถ่ายรูป ส่วนผมเป็นคนถามอย่างเดียวเลย ว่าที่เราเห็นคือ นกอะไร ชื่อภาษาอังกฤษว่าอะไร ภาษาไทยว่าอะไร เป็นนกอพยพ หรือนกประจำถิ่น ข้อมูลความรู้เหล่านี้ มันทำให้ผมยิ่งรู้ยิ่งสนุก ยิ่งเปิดสมององค์ความรู้เราในโลกกว้างขึ้นไปอีก หลังจากส่องนกบ้างผมก็พักสายตาบ้างด้วยการมองไปรอบๆตัว การได้เห็นป่าชายเลนที่มันสมบรูณ์ เขียวขจี เห็นฟาร์มหอยแมงภู่ เห็นโป๊ะดักปลา เห็นนกนางนวล นกกาน้ำ นกกระยางบินเกาะตามเสาหินหรือบ้างก็บินอยู่มากมาย สิ่งที่เห็นเหล่านี้มันกำลังบ่งบอกถึงความสมบรูณ์ของท้องทะเลไทยบ้านเราจริง ๆ ผมอยากเห็นสิ่งเหล่านี้ทุกครั้งที่มาทะเล มันทำให้ผมมีความสุขจริงๆ

2

หลังจากกิจกรรรมดูนกได้ไม่นานพี่เล็กกัปตันเรือของเราได้รับวิทยุจากเรือที่ออกไปชมวาฬอีกลำว่าเจอวาฬแล้ว แล้วก็ระบุจุดที่พบ ผมคิดในใจว่าโห! โชคดีแล้ววันนี้ ครั้งแรกอีกแล้วที่จะได้เจอวาฬตัวเป็นๆตามฝันแล้ว มันจะตัวใหญ่ขนาดไหนนะจะขึ้นมาให้เห็นกี่ตัว ในใจก็ครุ่นคิด ไปเรื่อยๆระหว่างที่นั่งเรือรอไป ในขณะที่นั่งเรือไปชมวาฬเราก็ทำกิจกรรมเล็กๆน้อยๆคือการให้ความรู้เกี่ยวกับวาฬโดยสตาฟส่งแบบทดสอบให้กับสมาชิกเป็นผู้ทำ และมีการตรวขข้อสอบและเฉลยคำตอบและสร้างความรู้หรือความเข้าใจเกี่ยวกับวาและธรรมมชาติมากขึ้น อันนี้ผมถือเป็นสิ่งดีมากเลยนะครับเพราะถ้าเราทุกคนมีความรู้และความเข้าใจในธรรมชาติและสัตว์ที่มีโอกาสจะสูญพันธุ์ เราจะรักและหวงแหนและดูแลกันโดยไม่ทำลายกัน โลกเราจะน่าอยู่กันมากขึ้นครับ เมื่อไปยังจุดที่วาฬขึ้นผมเห็นท้องทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา ทุกคนในเรือต่างใจจดใจจ่อเฝ้ามองหาสิ่งที่กำลังจะเคลื่อนไหวบนผิวน้ำ ผมเตรียมกล้องไว้และ setup กล้องตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่บอก(เรามีการสอนเทคนิคการใช้กล้องกันบนเรือด้วยนะครับสำหรับผู้ที่สนใจจะถ่ายวาฬหรือถ่ายนก)

3

ในขณะที่สายตาก็คอยกวาดผืนน้ำไปและสังเกตุสิ่งผิดปกติกันไป วินาทีและครั้งแรกของผมก็เกิดขึ้นอีกแล้ว ผมเจอวาฬแล้วมันโผล่ขึ้นมาแล้วแต่ระยะยังค่อนข้างไกลมากเมื่อมองด้วยตาเปล่า กล้องพร้อมเลนส์ 70-200 ในมือถูกยกขึ้นมากดชัตเตอร์แบบไม่ยั้ง โอ้วมันคือความตื่นเต้นอีกแล้วที่ได้เห็นอะไรแบบนี้ แต่ก่อนเห็นแค่ในทีวี หรือเห็นแต่โครงกระดูกในพิพิธภัณฑ์แต่นี่คือตัวเป็นๆเลย ตอนนี้สมาชิกทุกคนบนเรือต่างใจจดใจอกับการบันทึกภาพอย่างสนุกสนาน นอกจากความตื่นเต้นแล้วผมพยายามจะสังเกตุพฤติกรรมและการขึ้นมาและการลงไปใต้น้ำในแต่ละครั้งสังเกตุการว่ายผลุบๆโผล่ๆโดยคาดเดาไปต่างๆว่าว่ายขึ้นมาแล้วหายลงไปจะโผล่ขึ้นมาอีกทีตรงไหน และก็อยากรู้ว่าวาฬที่เจอชื่ออะไร Identification ได้ยัง ผมหันไปถามทัวว่าตัวที่เจอชื่อไรครับ คำตอบคือ แม่ข้าวเหนียวแต่ลูกยังไม่มีชื่อ พฤติกรรมที่วาทำคือการขึ้นมาหายใจ ผมนั่งชมวาฬอยู่นานพอสมควรเหลือดูเวลากับจวบเหมาะทีวาฬหายไปใต้น้ำนานสักพัก อ้าวนี้ก็เลยเที่ยงแล้วนิ ผมคิดว่าตอนนี้สมาชิกทุกคนคงจะเริ่มหิวข้าวกันแล้วก็คงได้เวลาแจกจ่ายอาหารที่เตรียมมาให้กับทุกคนได้รับประทานและพักสายตาบ้สง พี่เล็กกัปตันเรือจึงเปลี่ยนเส้นทางเรือวิ่งขึ้นมาทางมหาชัยเพื่อหาที่เหมาะๆให้เราได้ทานข้าว สตาฟเริ่มแจกจ่ายอาหารและทานกันแบบง่าย พอเริ่มจะทานกับอิ่ม ผมได้ยินเสียงแว่วดังมาว่า โลมา ๆ ใช่ครับ เราโชคดีและเป็นครั้งแรกอีกแล้วที่ได้เห็น โลมาอิราวดีขึ้นมากระโดดเล่นน้ำอยู่หลายตัวมีคู่แม่ลูกด้วย ถึงแม้จากระยะที่เห็นไกลพอสมควรแต่นี้ก็เป็นครั้งแรกและความสุขของผมที่เกิดขึ้นอีกแล้วที่ได้จากทริปวันนี้ ทุกคนบนเรือหยิบกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปกันสนุกสนานเลย แลดูทุกคนมีความสุขนะครับอย่างน้อยก็มีผมคนหนึ่งอยู่ในนั้น

5

เรานั่งเรือกลับมายังจุดที่เจอแม่ข้าวเหนียวกับลุกอีกครั้ง ทั้งนี้ความคาดหวังที่อยากจะเห็นอีกคืออยากได้เห็นตัวใกล้ๆและการทำ Lunge Feeding เมื่อเช้าผมนั่งถ่ายรูปอยู่ท้ายเรือ ตอนนี้ความอยากเห็นของผมมันเริ่มมากขึ้นมันทำให้ผมต้องย้าย ตัวเองมานั่งท้ายเรือบวกกับมาช่วยน้องอ้อมดูเวลาในการจด Log ด้วย แม่ข้าวเหนียวกับลุกยังคงขึ้นมาหายใจ เหมือนเช่นเคย แต่ระยะไกลบ้าง ใกล้บ้างแต่ก็ไม่ถึงขนาดใกล้มาก เราก็ดูกันไปตากแดดและทนร้อนกันไป แต่เมื่อมีอยู่ 2 ครั้งที่วาฬเข้ามาใกล้หัวเรือมาก มันมากสะจนทำให้ผมเห็นแล้วขนลุกกับความดีใจสุดๆอย่างบอกไม่ถูกเลย ผมหันไปบอกน้องอ้อมว่า อ้อมพี่เห็นแล้วพี่ขนลุกเลยวะ บอกได้คำเดียวว่า มหัศจรรย์จริงๆครับ ทั้งเสียงที่วาฬหายใจ และกลิ่นลมหายใจของวาฬ ทั้งหมด มันคือครั้งแรกกับชีวิตและสร้างความสุขให้กับผมจริงครับ อยากให้ทุกคนที่อ่านบทความนี้รักและหวงแหนท้องทะเลและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดในท้องทะเลเหมือนกับผมนะครับ เค้าอยู่ใกล้ๆเป็นเหมือนเพื่อนบ้านที่อยู่กับเราแค่นี้เองครับ

About the author

There are no comments so far

Leave a Comment

Don't worry. We never use your email for spam.

Don't worry. We never use your email for spam.

Close
%d bloggers like this: