Posts by jakapon.a@g-able.com

There are 3 results found

“สามัญสำนึกในการท่องเที่ยวดูวาฬ”

               หลังจาเสร็จภาระกิจในงานประจำที่ทำอยู่ผมก็ตั้งใจว่าจะกลับมาเขียนบทความต่อในเรื่องพฤติกรรมของวาฬที่ค้างไว้      ให้อ่านกันแต่สงสัยคงต้องยกยอดไปในคราวหน้านะครับ  เพราะว่าวันนี้มีเรื่องสำคัญมากที่อยากเขียนอยากระบายอยากบอก   กล่าวให้ผู้อ่านรับรู้มากกว่าซึ่งผมถือว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากๆในการดูวาฬ  หลังจากที่เห็นมากับตากับพฤติกรรมของเรือที่  พานักท่องเที่ยวออกไปดูวาฬมาในทริปล่าสุด  เรื่องมันมีอยู่ว่าโดยปกติแล้วในต่างประเทศเวลานักท่องเที่ยวจะออกไปดูวาฬ  นั้นเค้ามีกฎหมายควบคุมและกฎข้อบังคับในการดูวาฬหรือดูสัตว์ที่อยู่ในธรรมชาติอย่างไม่ไปรบกวนการใช้ชีวิตหรือรบกวนให้   น้อยที่สุด   และข้อควรปฎิบัติิในการดูว่าต้องปฎิบัติอย่างไรบ้างและทุกคนก็เคารพในกฎและกติกากัน แต่กับบ้านเรานั้นเราเน้นเสมอว่าเราเป็นประเทศที่มีรายได้หลักส่วนหนึ่งมาจากการท่องเที่ยว  แต่เรากลับไม่มีการให้ข้อมูลหรือนำกฎกติกาในการท่องเที่ยวมาเผยแพร่มากนักหรือทุกคนดูได้ตามความพอใจและความอยากของตัวเองกันทั้งนั้น  ผมอยากจะถือโอกาสบอกกล่าว  และเผยแพร่กฎที่ควรปฎิบัติในการดูวาฬในส่วนนี้ก่อนนะครับผู้อ่านจะได้เข้าใจว่าทำไมพฤติกรรมที่ผมจะเล่าต่อถึงเป็นสิ่งที่ไม่   ถูกต้องกฎหรือกติกาที่ควรจะปฎิบัติก็มีอยู่ว่า สิ่งที่ควรทำในเวลาดู  * ใช้ความเร็วและเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ในขณะที่วาฬอยู่รอบๆ  เหตุผลก็เพราะ ถ้าเราใช้ความเร็วเรือมากเกินไปจะทำให้วาฬตกใจกลัวและรู้สึกว่าถูกรบกวนอาจจะมีอารมณ์ที่ไม่พอใจ *  ไม่ควรดับเครื่องยนต์ในขณะที่เรือจอดดูวาฬอยู่นิ่ง เหตุผลก็เพราะวาฬใช้เสียงในการรับรู้และช่วยในการว่ายหรือเดินทางถ้าเราดับเครื่องวาฬจะไม่รู้เลยว่ามีเรืออยู่ใกล้ อาจจะว่ายเข้ามาชนเรือได้ *  ทิ้งระยะห่างและไม่ควรเข้าใกล้วาฬอย่างน้อย 100 เมตร  เหตุผลก็เพราะหากเราพยายามเข้าไปใกล้วาฬมากไปโดยที่วาฬไม่เต็มใจ วาฬอาจจะเกิดความตกใจกลัวและอาจจะพยายามปกป้องตัวเองโดยรู้สึกว่าที่ๆอาศัยอยู่ไม่ปลอดภัยถุกคุกคามด้วยการอพยพย้ายถิ่นหาที่ๆรู้สึกว่าปลอดภัยกว่า สิ่งที่ไม่ควรทำในเวลาดู * ห้ามขับเรือไล่หรือแยกวาใออกจากกันเด็ดขาด เหตุผลก็เพราะ เวลาวาฬอยู่ด้วยกันโดยเฉพาะแม่ลูก วาฬอาจจะมีพฤติกรรม     ในการสอนลูกหาอาหารหรือสอนการดำรงชีวิต ถ้าเราขับเรือไล่หรือแยกวาฬออกจากกกัน  […]

“รู้หรือไม่ประเทศไทยก็มีวาฬนะ”

รู้หรือไม่ประเทศไทยก็มีวาฬนะ     ทำไมถึงมีวาฬ บรูด้ามาอาศัยและหากินอยู่ที่ อ่าวไทยตอนบนหรือที่เราเรียกติดปากกันว่าอ่าวตัว “ก” ละ     เรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและที่หากินพร้อมทั้งเกร็ดข้อมูลเล็กๆของวาฬกันดีกว่า       เริ่มจากคำว่า ”บางตะบูน”  หลายคนอาจเคยได้ยินหรือหลายคนอาจจะไม่รู้จัก      ทั้งนี้บางตะบูนเป็นชื่อของตำบลหนึ่งซึ่งมีหมู่บ้านเรียงรายไปตามแม่น้ำตั้งอยู่บริเวณที่ราบชายฝั่งทะเลของอำเภอบ้านแหลม      ซึ่งมีพื้นที่เลียบไปกับชายฝั่งและเป็นที่ปลูกป่าชายเลนอีกทั้งยังเป็นเส้นทางลัดที่สามารถลัดเลาะไปถึงชะอำได้         พื้นที่ส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการทับถมของตะกอนปากแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำ แม่กลอง ทำให้คนท้องถิ่นของทีนี่ส่วนใหญ่จะทำอาชีพประมงพื้นเมือง เช่น เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงหอย และจับปลา   นอกจากนี้ก็ยังทำนาเกลือสมุทร และเผาถ่าน อีกด้วย       ตรงบริเวณปากอ่าวบางตะบูนจะมีฟาร์มเลี้ยงหอยแครงและหอยแมลงภู่จำนวนมาก นับเป็นแหล่งที่เลี้ยงหอยแครงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกแห่งหนึ่ง      นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พื้นที่บริเวฯปากอ่าวเป็นแหล่งที่มีทรัพยากรทางทะเลมีแหล่งอาหารและแร่ธาตุต่างๆอย่างสมบรูณ์       ข้อสังเกตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ธรรมชาติหรือบริเวณปากอ่าวที่นี่สมบูรณ์ก็เนื่องมาจาก       บริเวณปากน้ำแม่กลองและปากน้ำเพชรบุรีจะไม่มีมลพิษหรือน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกกรรมออกสู่ทะเลซึ่งต่างกับแม่น้ำท่าจีนที่ สมุทนสารคร ที่มีน้ำเสียและมลพิษถ่ายเทลงสู่ทะเล       ทำให้เราจึงพบเห็นวาฬหรือโลมาได้บ่อยในพื้นที่ของตำบล บ้านแหลมไปจนเกือบถึง ปากแม่น้ำท่าจีนที่มหาชัยมากกว่าที่อื่น       ที่นี่จึงเป็นเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตของคนบางตะบูน และช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดีในการทำธรุกิจประมงพื้นบ้าน และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่นี้เรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับวาฬบรูด้า ซึ่งบทความที่จะเขียนนี้ ผมขอใช้เป็น ตอนแรก ซึ่งจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดโครงสร้างทั่วไปทางกายภาพของวาฬก่อนนะครับ อยากจะเขียนซักสองตอน โดยตอนที่เหลือนั้นเป็นเรื่องอะไรต้องลองติดตามอ่านกันนะครับ โลมาเเละวาฬ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Cetaceans […]

มันคือโอกาสและประสบการณ์ครั้งแรกของผมที่จะเติมเต็มความสุขและความต้องการตั้งแต่วัยเด็ก

ผมเป็นคนชอบเที่ยวและหลงรักทะเล ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสได้ออกทริปนั้นคือความสุขของผม แต่ความสุขของผมมันไม่เคยได้เต็มร้อยเลย เพราะผมมักมีคำถามและความคาดหวังของผมทุกครั้งในการท่องเที่ยวออกทริปทะเลตามเกาะแก่งน้อยใหญ่ต่างๆ ผมมักมีความคาดหวังไว้เสมอในฐานะนักท่องเที่ยวคนหนึ่งว่าผมอยากเห็นน้ำทะเลใสๆไร้ขยะมลพิษ เห็นฝูงปลาเยอะๆ เห็นโลมากระโดดขึ้นมาเล่นกับฟองคลื่นอยู่ข้างเรือ อยากเห็นวาฬยักษ์ใหญ่ดูใจดีอย่างในสารคดีแบบตัวเป็น ๆ ไม่ใช่ดูได้แต่แค่โครงกระดูกในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหรือสัตว์น้ำที่ถูกจับมาแสดงอยู่ในสวนสัตว์ ความรู้สึกและความต้องการความอยากของผมเหล่านี้สงสัยว่ามันคงต้องไปหาดูที่เมืองนอกแล้วละเพราะทะเลไทยคงไม่มีหรอก ทุกสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเหล่านี้มันฝังอยู่ในหัวตั้งแต่ในวัยเด็ก ผมได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานในการเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลืองานในมูลนิธิ Love Wildlife ซึ่งในส่วนของมูลนิธิมีการจัดกิจกรรมต่างๆมากมายเกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์วาฬบรูด้าที่อาศัยอยู่ในอ่าวไทยตอนบน และนี้คือสิ่งที่จะเติมเต็มความสุขและความฝันของผมในการเข้ามาช่วยเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งในการช่วยกันอนุรักษ์วาฬและท้องทะเล ในเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน ช่วงเวลาที่ฝนตกอากาศกำลังน่านอนและน่าพักผ่อนเป็นอย่างมาก ผมกลับรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่อยู่ในใจทันทีที่ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เหตุผลอะไรนะเหรอที่ต้องรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้ มันง่ายมากเลยครับกับคำตอบที่อยู่ในใจว่า “มันคือโอกาสและประสบการณ์ครั้งแรกของผมที่จะเติมเต็มความสุขและความต้องการตั้งแต่วัยเด็ก“ และหลายคนอาจมีคำถามต่อมาถามผมว่า โอกาสและประสบการณ์ครั้งแรกของผมคือะไรนะหรือที่ทำให้ผมตื่นเต้นและรู้สึกขนาดนี้ คำตอบก็คือวันนี้ผมจะได้มีโอกาสออกไปทำหน้าที่หลายสิ่งหลายอย่างที่ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิ Love Wildlife ทั้งการสรุปและการให้ข้อมูลต่างๆและองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อผู้ร่วมทริปของกิจกรรมชมวาฬ รวมไปถึงการเตรียมงานประสานงานต่างๆในกิจกรรมการชมวาฬตลอดทั้งวัน ตื่นเต้นนะครับที่ต้องพูดสรุปรายละเอียดต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ข้อมูลการเดินทาง การใช้ Facility ต่าง ๆ บนเรือให้กับผู้คนที่เราไม่รู้จักมาก่อนและข้อปฎิบัติในการดูวาฬอย่างถูกวิธี […]

Close