Category "Whales Watching Trip"

There are 20 results found

บันทึกของหยู: การออกไปดูวาฬครั้งแรก

เป็นครั้งแรกของผมสำหรับการมาทำงานในฐานะอาสาสมัครชมวาฬบรูด้า และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นวาฬบรูด้าตัวเป็นๆ นับเป็นการสะสมประสบการณ์ให้กับตัวเองในมิติอื่นๆ จากที่เป็นคนชอบเดินป่าและสนใจเกี่ยวกับเรื่องสัตว์ป่าและป่าไม้ เลยอยากลองเปลี่ยนแนวมาเป็นทะเลดูบ้าง ที่สำคัญเมื่อเป็นโอกาสผมก็อยากมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานด้านอนุรักษ์ตรงนี้ด้วย เมื่อมันเป็นการทำงานในฐานะอาสาครั้งแรก ความผิดพลาด การเตรียมตัว ย่อมมีความบกพร่องซึ่งผมเองก็ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด และต่อยอดความรู้ตัวเองให้ได้มากที่สุดเพื่อจะได้มีข้อมูล แชร์ให้กับผู้ที่มาท่องเที่ยวกับเรา ทริปนี้เราต้องออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ ประมาณหกโมงครึ่ง ล้อก็หมุนออกจากกรุงเทพพอถึงที่หมายเราก็ทยอยขนของขึ้นเรือและพากันขึ้นเรือ เราต้องแล่นเรือออกไปเพื่อไปจุดที่ระดับน้ำทะเลลึกพอที่วาฬบรูด้าสามารถหากินและพอแสดงตัวให้เราได้เห็นได้ อากาศในวันนั้นค่อนข้างจะเป็นใจอยู่บ้าง พอจะมีลมโกรกอยู่ตลอด แดดไม่ค่อยจะแรงมากเท่าไหร่ พอเรือแล่นไปได้สักระยะ ทุกคนต่างก็เฝ้าคอยใจจดใจจ่อคอยลุ้นว่าจะได้เจอวาฬมั้ยผมเองก็เช่นเดียวกัน หวังที่จะได้พบวาฬเป็นครั้งแรก แต่ผมคิดเสมอเรื่องนี้มันธรรมชาติล้วนๆเราไปกำหนดมันไม่ได้หรอกจะให้มันขึ้นมาให้เห็น ดังนั้นหากเราอยากชมสิ่งที่สำคัญคือการรอคอย ไม่นานก็มีพี่ที่คอยส่องกล้องหาวาฬอยู่บนเรือชี้ไปที่จุดที่วาฬโผล่ พอพี่คนขับเรือทราบเราก็ค่อยๆมุ่งไปทางนั้นสิ่งที่จำเป็นอย่างนึงเมื่อพบวาฬบรูด้า เราต้องรักษาระยะห่างไว้พยายามไม่ไปใกล้เค้าจนเกินไป เพื่อไม่เป็นการรบกวนธรรมชาติของเค้า ผมว่าการรักษาระยะห่างค่อนข้างเป็นสิ่งสำคัญไม่เฉพาะเพียงระหว่างคนกับสัตว์แต่คนกับคนก็เช่นกัน ผมว่าหากเรารักษาระยะกันไว้ดีๆ นั่นเป็นสิ่งสำคัญเพราะเท่ากับเป็นการให้เกียรติให้ความเคารพซึ่งกันและกัน นอกเหนือจากการรักษาระยะแล้ว เราจะต้องไม่ดับเรือด้วย เพราะธรรมชาติของวาฬบรูด้ามีหู มีประสาทรับรู้ในการได้ยินที่ดีกว่าเราหากเราดับเครื่องอาจเกิดอันตรายต่อทั้งวาฬและเราได้ เมื่อผมได้เห็นวาฬบรูด้าโผล่มาให้ผมเห็นเต็มสองตาครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นมันโผล่ขึ้นมากินปลากะตักที่โดดไปโดดมาเหนือผิวน้ำ อาจจะไม่เห็นมันทั้งลำตัวแต่เห็นแค่เพียงปากที่อ้าเพื่อกินเหยื่อก็พอเดาได้ว่ามันคงใหญ่น่าดู ในวันนั้นผมเองก็ได้รับหน้าที่ในการจดพฤติกรรมของมัน การทำหน้าที่นี้จะต้องมีบัดดี้คอยบอกเมื่อพบวาฬบรูด้า […]

“สามัญสำนึกในการท่องเที่ยวดูวาฬ”

               หลังจาเสร็จภาระกิจในงานประจำที่ทำอยู่ผมก็ตั้งใจว่าจะกลับมาเขียนบทความต่อในเรื่องพฤติกรรมของวาฬที่ค้างไว้      ให้อ่านกันแต่สงสัยคงต้องยกยอดไปในคราวหน้านะครับ  เพราะว่าวันนี้มีเรื่องสำคัญมากที่อยากเขียนอยากระบายอยากบอก   กล่าวให้ผู้อ่านรับรู้มากกว่าซึ่งผมถือว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากๆในการดูวาฬ  หลังจากที่เห็นมากับตากับพฤติกรรมของเรือที่  พานักท่องเที่ยวออกไปดูวาฬมาในทริปล่าสุด  เรื่องมันมีอยู่ว่าโดยปกติแล้วในต่างประเทศเวลานักท่องเที่ยวจะออกไปดูวาฬ  นั้นเค้ามีกฎหมายควบคุมและกฎข้อบังคับในการดูวาฬหรือดูสัตว์ที่อยู่ในธรรมชาติอย่างไม่ไปรบกวนการใช้ชีวิตหรือรบกวนให้   น้อยที่สุด   และข้อควรปฎิบัติิในการดูว่าต้องปฎิบัติอย่างไรบ้างและทุกคนก็เคารพในกฎและกติกากัน แต่กับบ้านเรานั้นเราเน้นเสมอว่าเราเป็นประเทศที่มีรายได้หลักส่วนหนึ่งมาจากการท่องเที่ยว  แต่เรากลับไม่มีการให้ข้อมูลหรือนำกฎกติกาในการท่องเที่ยวมาเผยแพร่มากนักหรือทุกคนดูได้ตามความพอใจและความอยากของตัวเองกันทั้งนั้น  ผมอยากจะถือโอกาสบอกกล่าว  และเผยแพร่กฎที่ควรปฎิบัติในการดูวาฬในส่วนนี้ก่อนนะครับผู้อ่านจะได้เข้าใจว่าทำไมพฤติกรรมที่ผมจะเล่าต่อถึงเป็นสิ่งที่ไม่   ถูกต้องกฎหรือกติกาที่ควรจะปฎิบัติก็มีอยู่ว่า สิ่งที่ควรทำในเวลาดู  * ใช้ความเร็วและเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ในขณะที่วาฬอยู่รอบๆ  เหตุผลก็เพราะ ถ้าเราใช้ความเร็วเรือมากเกินไปจะทำให้วาฬตกใจกลัวและรู้สึกว่าถูกรบกวนอาจจะมีอารมณ์ที่ไม่พอใจ *  ไม่ควรดับเครื่องยนต์ในขณะที่เรือจอดดูวาฬอยู่นิ่ง เหตุผลก็เพราะวาฬใช้เสียงในการรับรู้และช่วยในการว่ายหรือเดินทางถ้าเราดับเครื่องวาฬจะไม่รู้เลยว่ามีเรืออยู่ใกล้ อาจจะว่ายเข้ามาชนเรือได้ *  ทิ้งระยะห่างและไม่ควรเข้าใกล้วาฬอย่างน้อย 100 เมตร  เหตุผลก็เพราะหากเราพยายามเข้าไปใกล้วาฬมากไปโดยที่วาฬไม่เต็มใจ วาฬอาจจะเกิดความตกใจกลัวและอาจจะพยายามปกป้องตัวเองโดยรู้สึกว่าที่ๆอาศัยอยู่ไม่ปลอดภัยถุกคุกคามด้วยการอพยพย้ายถิ่นหาที่ๆรู้สึกว่าปลอดภัยกว่า สิ่งที่ไม่ควรทำในเวลาดู * ห้ามขับเรือไล่หรือแยกวาใออกจากกันเด็ดขาด เหตุผลก็เพราะ เวลาวาฬอยู่ด้วยกันโดยเฉพาะแม่ลูก วาฬอาจจะมีพฤติกรรม     ในการสอนลูกหาอาหารหรือสอนการดำรงชีวิต ถ้าเราขับเรือไล่หรือแยกวาฬออกจากกกัน  […]

เรามาเตรียมตัวก่อนออกทริปด้วยกันเถอะ!

A: “ตื่นเต้นจังเลย พรุ่งนี้ก็จะได้ไปชมวาฬแล้ว!” B: “เตรียมของไปหมดยัง” A: “เอ่อ.. ต้องเตรียมของด้วยหรอ”   คำตอบคือ “ใช่ค่ะ!” ก่อนไปออกทริป ChomWhales กับ Love Wildlife Foundation ทุกคนควรจะเตรียมตัวและเตรียมของให้พร้อมสำหรับการออกเรือ การเตรียมตัวให้พร้อมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเราจะใช้เวลากันเกือบทั้งวันในการออกทริป ซึ่งอาจจะทำให้เหนื่อยล้าในภายหลังได้ถ้าร่างกายไม่พร้อม หรือถ้าอุปกรณ์ไม่ครบ ก็อาจจะทำเป็นปัญหาต่อการชมวาฬได้เช่นกัน งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า ควรจะเตรียมตัวอย่างไรบ้างในการออกทริป ChomWhales สิ่งที่ต้องเตรียม 1. พักผ่อนให้เพียงพอ: ร่างกายของคนเราควรได้รับการหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่อย่างน้อย 7-8 ชม. หรือควรเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม เพื่อที่ร่างกายจะรู้สึกสดชื่นในวันรุ่งขึ้น แต่ถ้าเกิดว่านอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอละก็ อาจทำให้เกิดอาการหิวมากขึ้น สมองทำงานไม่เต็มที่ (เชื่องช้า […]

การดูวาฬผิดวิธี ว่าด้วยเจ็ทสกีและการไม่รู้หลักปฏิบัติ

ผมเชื่อว่า ช่วงนี้ หลายคนที่เป็นคนทำงานตื่นเช้าๆ คงจะคุ้นหูกับคำว่า “วาฬบรูด้า” เป็นอย่างดี สืบเนื่องมาจาก ช่วงเดือนนี้ (เดือน ต.ค. 2556) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ของคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้นำเสนอข่าวเรื่อง “วาฬบรูด้า” ในอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง (สามารถชมย้อนหลังได้ที่นี่ครับ http://goo.gl/lN1vdz ) และนำมาซึ่งการตื่นตัวที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของผู้คนที่มีความต้องการจะออกมาดูเจ้ายักษ์ใหญ่แห่งอ่าวไทย หากมองในแง่ดีแล้ว ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากขึ้น แต่ก็อดตงิดๆในใจไม่ได้ว่า พอเจ้าผองเพื่อนวาฬบรูด้าได้กลายเป็นเซเลบแห่งอ่าวไทยตัว ก. ไปแล้ว ผลที่ตามมามันจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาอย่างไรบ้าง ในความจริงแล้ว วาฬบรูด้าเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งจะโผล่มาให้เห็นกันเฉพาะช่วงนี้หรอกครับ เพราะพวกเขาอาศัยอยู่ที่อ่าวไทยของเรากันมานมนานแล้วกว่าร้อยปี จากการสำรวจอย่างจริงจังพบประชากรวาฬบรูด้าในอ่าวไทยกว่า 35 ตัว และตราบใดที่ทะเลไทยของเรายังคงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศเช่นนี้ วาฬบรูด้าก็จะยังคงอาศัยอยู่ที่นี่ไปอีกนานครับ ดังนั้นแล้วกิจกรรมการดูวาฬสามารถทำได้หลายช่วงครับ ไม่มีความจำเป็นอันใดที่ต้องรีบร้อนกันออกมาดูกันทีเดียว เพราะไม่เหมือนกับบั้งไฟพญานาคที่หนึ่งปีจะมีสักครั้งครับ เมื่อข่าวถูกนำเสนอ […]

“รู้หรือไม่ประเทศไทยก็มีวาฬนะ”

รู้หรือไม่ประเทศไทยก็มีวาฬนะ     ทำไมถึงมีวาฬ บรูด้ามาอาศัยและหากินอยู่ที่ อ่าวไทยตอนบนหรือที่เราเรียกติดปากกันว่าอ่าวตัว “ก” ละ     เรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและที่หากินพร้อมทั้งเกร็ดข้อมูลเล็กๆของวาฬกันดีกว่า       เริ่มจากคำว่า ”บางตะบูน”  หลายคนอาจเคยได้ยินหรือหลายคนอาจจะไม่รู้จัก      ทั้งนี้บางตะบูนเป็นชื่อของตำบลหนึ่งซึ่งมีหมู่บ้านเรียงรายไปตามแม่น้ำตั้งอยู่บริเวณที่ราบชายฝั่งทะเลของอำเภอบ้านแหลม      ซึ่งมีพื้นที่เลียบไปกับชายฝั่งและเป็นที่ปลูกป่าชายเลนอีกทั้งยังเป็นเส้นทางลัดที่สามารถลัดเลาะไปถึงชะอำได้         พื้นที่ส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการทับถมของตะกอนปากแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำ แม่กลอง ทำให้คนท้องถิ่นของทีนี่ส่วนใหญ่จะทำอาชีพประมงพื้นเมือง เช่น เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงหอย และจับปลา   นอกจากนี้ก็ยังทำนาเกลือสมุทร และเผาถ่าน อีกด้วย       ตรงบริเวณปากอ่าวบางตะบูนจะมีฟาร์มเลี้ยงหอยแครงและหอยแมลงภู่จำนวนมาก นับเป็นแหล่งที่เลี้ยงหอยแครงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกแห่งหนึ่ง      นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พื้นที่บริเวฯปากอ่าวเป็นแหล่งที่มีทรัพยากรทางทะเลมีแหล่งอาหารและแร่ธาตุต่างๆอย่างสมบรูณ์       ข้อสังเกตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ธรรมชาติหรือบริเวณปากอ่าวที่นี่สมบูรณ์ก็เนื่องมาจาก       บริเวณปากน้ำแม่กลองและปากน้ำเพชรบุรีจะไม่มีมลพิษหรือน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกกรรมออกสู่ทะเลซึ่งต่างกับแม่น้ำท่าจีนที่ สมุทนสารคร ที่มีน้ำเสียและมลพิษถ่ายเทลงสู่ทะเล       ทำให้เราจึงพบเห็นวาฬหรือโลมาได้บ่อยในพื้นที่ของตำบล บ้านแหลมไปจนเกือบถึง ปากแม่น้ำท่าจีนที่มหาชัยมากกว่าที่อื่น       ที่นี่จึงเป็นเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตของคนบางตะบูน และช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดีในการทำธรุกิจประมงพื้นบ้าน และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่นี้เรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับวาฬบรูด้า ซึ่งบทความที่จะเขียนนี้ ผมขอใช้เป็น ตอนแรก ซึ่งจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดโครงสร้างทั่วไปทางกายภาพของวาฬก่อนนะครับ อยากจะเขียนซักสองตอน โดยตอนที่เหลือนั้นเป็นเรื่องอะไรต้องลองติดตามอ่านกันนะครับ โลมาเเละวาฬ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Cetaceans […]

Close